TAT Licence No.11/12508
"ขับรถ...เที่ยวญี่ปุ่น"

Self drive in Japan

EASY TOHOKU ROAD TRIP GREEN & AUTUMN SEASON

EASY TOHOKU ROAD TRIP GREEN & AUTUMN SEASON

ขับรถเที่ยวภูมิภาคโทโฮคุง่ายๆ ชมความสวยงามของธรรมชาติในฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง

Easy Tohoku Road Trip


โทโฮคุ (Tohoku) เป็นภูมิภาคที่มีทิวทัศน์ของชนบทที่คงเสน่ห์แบบดั้งเดิม ทั้งยังเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์

ผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น เป็นภูมิภาคขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วยจังหวัดทั้ง 6 จังหวัดที่หลอมรวมเข้ากันด้วยวัฒนธรรม ประเพณี ชาวโทโฮคุจึงมีทั้งความรักและความภาคภูมิใจในท้องถิ่น ความภาคภูมิใจของโทโฮคุนั้นมีอยู่อย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์ที่งดงาม สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ สาเกที่ถูกหมักและบ่มอย่างประณีตและกิจกรรมกลางแจ้งมากมาย เช่น การล่องแพ การเดินป่าและการเล่นสกี


การขับรถเที่ยวภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเข้าถึงทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงามตระการตา การขับรถจะทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ที่คุณอยากชมและสถานที่ที่คุณอยากไปได้อย่างเต็มที่โดยไม่ถูกจำกัดเรื่องเวลา


Easy&Save ขอพาคุณเดินทางสู่ภูมิภาคโทโฮคุ โดยแนะนำ Model Route สำหรับขับรถเที่ยวจากเซนได (Sendai, Miyagi) ขึ้นเหนือไปจนถึงอาโอโมริ (Aomori) กับเส้นทางสุด Unseen ให้คุณได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามของช่วง Green Season และ Autumn Season วัฒนธรรมแบบดั้งเดิม ผลไม้สดตามฤดูกาล และอาหารทะเลสดๆ ที่คุณสามารถแวะลิ้มลองได้ตลอดเส้นทาง

https://pub-16fa4e2b9a0342a3bf517be0fb977460.r2.dev/image/news/6a574570c03b3e10d2c0ac80/c1380416-3d2c-4bc4-9bf0-2949cdff0f7d


Day 1 Sendai, Miyagi


1.เริ่มต้นเดินทางกันที่เมืองเซนได (Sendai, Miyagi) แนะนำให้เช่ารถบริเวณสถานี Sendai จะมีบริษัทรถเช่าให้บริการหลากหลายแบรนด์ ( Nippon Rent A Car / Toyota Rent A Car / Nico Nico Rent A Car / ORIX Rent A Car / AVIS / BUDGET)

2.Osaki Hachimangu Shrine / Sendai City


ศาลเจ้าโอซากิ ฮาจิมังกุ (Osaki Hachimangu Shrine) เป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1607 โดยท่านดาเตะ มาสะมุเนะ (Date Masamune) เพื่อบูชาเทพฮาจิมัง (Hachiman) หรือเทพเจ้าแห่งสงครามของชินโต และเพื่อให้ศาลเจ้านี้ปกปักษ์รักษาและคุ้มครองชาวเมืองเซนไดให้พบแต่ความสุข

บรรยากาศภายในศาลเจ้าโอซากิ ฮาจิมังกุนั้นสงบ ร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ และเสียงจิ้งหรีดตัวน้อย ที่ค่อยประสานเสียงร้องต้อนรัน ท่านสามารถเขียนป้ายอธิฐาน หรือเลือกซื้องเครื่องรางในหมวดต่าง ๆ ที่มีมากมายให้เลือกซื้อตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน ความรัก โชคลาภ การกดบัตรคอนเสิร์ต แม้กระทั่งเครื่องรางสัตว์เลี้ยง


Map : https://maps.app.goo.gl/sZ6Mak3Ztg3aME8x9

3.Date no Gyutan Honpo Miyagi Inter Store / Sendai city


มาถึงเซนไดแล้ว จะต้องไม่พลาดเมนูชื่อดังอย่าง “ลิ้นวัวย่าง” ร้านนี้เป็นหนึ่งในร้านชื่อดังของเซนได ลิ้นวัวชิ้นหนานุ่มฉ่ำ ถูกเตรียมอย่างพิถีพิถันทีละชิ้นโดยเชฟผู้เชี่ยวชาญ และนำมาย่างด้วยถ่านจนหอมกรุ่น


Map : https://maps.app.goo.gl/kzeqkX9623z26xys7

4.Jogi Nyorai Saihoji Temple / Sendai city


เอาใจสายมูกับวัดที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเซนได วัดโจกิเนียวไร ไซโฮจิ เป็นสถานที่สักการะยอดนิยมของเมืองเซนไดที่มีประวัติยาวนานกว่า 800 ปี นอกจากที่นี่จะมีจุดเด่นอยู่ที่เจดีย์ 5 ชั้น ที่มีความสวยงามอลังการในทุกฤดูกาลแล้ว องค์พระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ด้านในนั้นมีชื่อเสียงในเรื่องช่วยให้ผู้อธิษฐานสมหวังดังใจปรารถนาทั้งในเรื่องคู่ครอง ความปลอดภัยในการเดินทาง และเรื่องการคลอดบุตรอย่างปลอดภัยจึงได้รับความนิยมทั้งจากชาวเมืองท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว


Map : https://maps.app.goo.gl/dcRkF8cvspehgTyz5

5.Akiu Otaki Falls / Sendai city


น้ำตกอะคิอุ (Akiu Otaki) ตั้งอยู่แถบชานเมืองของเซนได จากตัวเมืองเซนไดขับรถเพียง 30 นาทีเท่านั้น คุณจะได้พบกับน้ำตกที่เป็นหนึ่งใน 3 น้ำตกอันยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น น้ำตกกว้าง 6 เมตร และสูงถึง 55 เมตร ความงามของน้ำตกจะต่างออกไปตามแต่ละฤดู น้ำตกจะถูกล้อมรอบไปด้วยใบไม้สีเหลืองแดงสดในฤดูใบไม้ร่วง และจะกลายเป็นน้ำแข็งสีขาวไหลลงมาจากหินผาในช่วงฤดูหนาว ในฤดูร้อน ต้นไม้สีเขียวชอุ่มรายล้อมอยู่รอบๆ ทำให้รู้สึกสดชื่นยิ่งขึ้น หากเดินลงไปบริเวณปลายน้ำตกก็จะได้สัมผัสกับน้ำเย็นๆ ที่กระเด็นออกมา และสามารถมองดูความยิ่งใหญ่ของน้ำตกได้อย่างเต็มตา นอกจากนี้ยังสามารถแวะชมศาลเจ้า หรือร้านขายขนม ของฝากบริเวณใกล้เคียงได้


จุดเดินชมน้ำตก https://maps.app.goo.gl/tyzzcBiqdQkBTTSu9


วัดอะคิอุ-โอทากิ ฟุโดะซง จุดชมน้ำตก : https://maps.app.goo.gl/18UoPVvGjp13vEDj7

6.Hotel New Mitoya / Sendai city


Hotel New Mitoya เป็นหนึ่งในเรียวกังเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน Akiu Hot Spring มีชื่อเสียงจากห้องอาบน้ำขนาดใหญ่และบ่อแช่ออนเซ็นกลางแจ้งที่หลากหลาย ซึ่งสามารถเพลิดเพลินกับการแช่ออนเซ็นในบรรยากาศที่แตกต่างกันได้ ภายในที่พักเต็มไปด้วยบรรยากาศแบบญี่ปุ่นอันเงียบสงบ พร้อมสัมผัสการบริการแบบเรียวกังญี่ปุ่นดั้งเดิมอย่างแท้จริง

Map : https://maps.app.goo.gl/rnBs5UrVErsi7uKL7




https://pub-16fa4e2b9a0342a3bf517be0fb977460.r2.dev/image/news/6a574570c03b3e10d2c0ac80/6b041023-35c4-458e-a17b-cf6779b0c7d7


Day 2 Sendai, Miyagi


1.Hotel New Mitoya / Sendai city

2.Site of Sendai Castle Aoba Castle Ruins Park / Sendai city


เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ที่สร้างขึ้นบนซากปราสาทอาโอบะ ซึ่งสร้างโดยท่านดาเตะ มาซามุเนะ ผู้ก่อตั้งแคว้นเซนได ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงและมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองเซนไดได้แบบพาโนรามา สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของปราสาท Aoba มีอนุสาวรีย์ท่าน Date Masamune อันโด่งดัง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปสัญลักษณ์ของเมืองเซนไดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยือน


Map : https://maps.app.goo.gl/ZrfWhY7agPuUFXmZ8

3.Zuihoden / Sendai city


Zuihoden เป็นสุสานอนุสรณ์ที่ประดิษฐานร่างของท่านดาเตะ มาซามุเนะ ผู้ก่อตั้งแคว้นเซนได และเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนความงดงามหรูหราของวัฒนธรรมโมโมยามะได้อย่างชัดเจน อาคารที่ประดับด้วยสีสันสดใสและงานแกะสลักอันประณีต เป็นสัญลักษณ์ของความรุ่งเรืองแห่งวัฒนธรรมดาเตะ เมื่อเดินผ่านทางเดินที่เงียบสงบท่ามกลางป่าสน จะพบกับอาคารหลักอันงดงามที่ให้บรรยากาศลึกลับและน่าประทับใจ

นอกจากหลุมศพของ Date Masamune แล้ว ยังมีหลุมศพของ Date Tadamune ไดเมียวคนที่ 2 และ Date Tsunamune ไดเมียวรุ่นที่ 3 ของแคว้น Sendai


Map : https://maps.app.goo.gl/qmdKhyeYNyMhWvgN8

4.JR Fruits Park Sendai Arahama / Sendai city


สวนผลไม้ที่คุณสามารถสนุกกับการเก็บผลไม้ได้ตลอดทั้งปี โดยมีผลไม้ตามฤดูกาลถึง 8 ชนิด 150 สายพันธ์ เช่น สตรอเบอร์รี่ องุ่น แอปเปิ้ล มะเดื่อ และลูกแพร์ รอเราอยู่ในสวนขนาด 11 เฮกเตอร์


หนึ่งในจุดเด่นของที่นี่คือ การปลูกผลไม้ของที่นี่จะปลูกในพื้นที่ที่เราสามารถเก็บได้ง่าย อย่างเช่น สตอเบอรี่ จะปลูกบนนั่งร้านขนาดช่วงอก ที่สามารถเก็บผลผลิตได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีห้องอาหารที่ดูแลโดยเชฟของโรงแรมเซนไดเมโทรโปลิแตน มีอาหารและของหวานที่ทำจากวัตถุดิบตามฤดูกาลจากฟาร์มและพื้นที่ใกล้เคียงคอยบริการ รวมทั้งสามารถซื้อผักและผลไม้สดที่ปลูกโดยเกษตรกรในบริเวณใกล้เคียงได้อีกด้วย


เว็บไซต์: https://stbl-fruit-farm.jp/arahama/


Map : https://goo.gl/maps/ZvahJCiHWpeC7DwQA

5.Sendai Izumi Premium Outlets / Sendai city


เอาท์เล็ตมอลล์บรรยากาศเปิดโล่งที่ออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากเมืองริมชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา ภายในมีร้านแบรนด์ยอดนิยมทั้งจากญี่ปุ่นและต่างประเทศมากมาย สามารถเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งได้อย่างหลากหลาย ทั้งแฟชั่น กีฬา ของใช้ทั่วไป และเครื่องสำอาง


Map : https://maps.app.goo.gl/GSHJFPjyijdttfd2A


6.Hotel around Sendai Station




https://pub-16fa4e2b9a0342a3bf517be0fb977460.r2.dev/image/news/6a574570c03b3e10d2c0ac80/88d314ea-ff20-4fef-ab65-074253b0893b


Day 3 Sendai – Shiogama – Matsushima – Minamisanriku


1.Hotel around Sendai Station

2.Shiogama Seafood Wholesale Market / Shiogama City


เพียง 30 นาทีจากตัวเมืองเซนได คุณสามารถทานอาหารเช้าบรรยากาศแบบญี่ปุ่นๆ ที่ตลาดแห่งนี้ได้เลย เพราะที่นี่เป็นตลาดอาหารทะเลสดที่ถือเป็นหนึ่งในตลาดชื่อดังของภูมิภาคโทโฮคุ และเป็นสถานที่ยอดนิยมที่สามารถสัมผัสบรรยากาศคึกคักแบบท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง ภายในมีทั้งปลาทูน่า อาหารทะเลสด และสินค้าทะเลแปรรูปมากมาย ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับ ตลาดแบบโลคอลของญี่ปุ่นที่ยังไม่ถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์มากเกินไปได้อย่างสบาย ๆ

ภายในตลาดจะจัดพื้นที่สำหรับนั่งทานอาหาร และมีข้าวเปล่าพร้อมซุปมิโชะให้เราเลือกซื้ออาหารทะเลสดๆจากร้านในตลาด มาทำไคเซ็นด้ง (Kaisendon) หรือใครต้องการซื้อไคเซนดงที่ทำสำเร็จจากทางร้านก็มีให้เลือกเช่นกัน


Map : https://maps.app.goo.gl/rz2MQLNyTqTVbs9D7

3.Shiogama Shrine / Shiogama City


ป็นหนึ่งในศาลเจ้าประวัติศาสตร์ที่สำคัญของภูมิภาคโทโฮคุ และได้รับความศรัทธามาอย่างยาวนานในฐานะเทพเจ้าแห่งความปลอดภัยทางทะเลและการขอพรให้จับปลาได้อุดมสมบูรณ์ ตัวศาลเจ้าตั้งอยู่บนพื้นที่สูง มีเสน่ห์ด้วยอาคารศาลเจ้าสีแดงสด บันไดหิน และทิวทัศน์ของเมืองชิโอกามะที่สามารถมองเห็นได้จากบริเวณศาลเจ้า


Map : https://maps.app.goo.gl/koWNYWbHfTv3BrqF8

4.Matsushima Sightseeing / Matsushima


Matsushima Bay Cruise เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการชมเกาะน้อยใหญ่กว่า 260 เกาะ ในอ่าวมัตสึชิมะ จังหวัดมิยางิ ใช้เวลาล่องเรือเพียง 50 นาทีเท่านั้น คุณก็สามารถได้ชมทิวทัศน์ที่ถือเป็น 1 ใน 3 ทิวทัศน์ที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น


Map : https://maps.app.goo.gl/d2oWhYLFDitoEkNSA


Zuiganji Temple วัดพุทธเก่าแก่แห่งยุคเอโดะ


เดิมทีนั้นวัดแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ. 828 เป็นวัดของนิกายเทนได ก่อนที่ในสมัยเอโดะเมื่อปีค.ศ. 1609 Date Masamune ได้มาบูรณะวัดนี้และได้เปลี่ยนจากวัดนิกายเทนไดไปเป็นวัดนิกายเซน ซึ่งวัดแห่งนี้ถูกตั้งให้เป็นวัดประจำตระกูล Date อีกด้วย

ทางเข้าห้องโถงหลักของวัดแห่งนี้จะล้อมไปด้วยต้นซีดาร์ซึ่งสร้างบรรยากาศร่มรื่นมากๆ โดยสิ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดของวัดแห่งนี้ก็คือประตูบานเลื่อนของห้องโถงหลักที่มีรูปวาดอันสวยงาม 

และวัดแห่งนี้ยังมี Seiryuden หรือพิพิธภัณฑ์ Zuiganji ที่จัดแสดงสมบัติของวัด และภาพวาดของประตูบานเลื่อนที่เป็นของจริง รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ของตระกูล Date อีกด้วย

นอกจากนี้ในพื้นที่เดียวกันยังมี Entsuin Temple วัดที่มีสวนญี่ปุ่น ที่เต็มไปด้วยต้นเมเปิ้ล บรรยากาศเงียบสงบ ที่ขึ้นชื่อว่า เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังของเมืองนี้อีกด้วย


Map : https://maps.app.goo.gl/BDDcDTgZfJKf7hQ96


Godaido


Godaido แห่งนี้เปรียบเสมือนกับสัญลักษณ์ของ Matsushima โกะไดโด เป็นจุดที่สามารถชมอ่าวมัตสึชิม่าได้ทั้งหมด และเป็นจุดที่ห้ามพลาดเมื่อมายังมัตสึชิมะ โกะไดโดถูกสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 807 อาคารที่เราเห็นในปัจจุบันนั้น เป็นอาคารซึ่งสร้างขึ้นใหม่ในสมัยของซามูไรดาเตะ มาซามุเนะ ในปีค.ศ. 1604 ภายในอาคารมีพระพุทธรูปโกะไดเมียวโอประดิษฐานอยู่ ชื่อของอาคารนี้จึงถูกเรียกตามองค์พระประธานนั่นเอง การเข้าชมองค์พระโกะไดเมียวโอนั้น ในรอบ 33 ปีจะมีโอกาสให้ชมเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น สะพานสีแดงซึ่งเชื่อมต่อกับโกะไดโดมีชื่อเรียกว่า ซุคะชิบะชิ ที่นี่สามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย


Map : https://maps.app.goo.gl/uKfyoRkZqahgRZrM7


Kanratei Tea House


คันรันเทย์เคยเป็นร้านน้ำชาประจำตระกูลดาเตะ ทั้งยังเคยให้บริการเหล่าซามุไร องค์หญิง หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ปกครองท้องถิ่นในสมัยโบราณมามากมาย ปัจจุบันนี้เปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไป ให้สามารถชมเกลียวคลื่นในอ่าวมัตสึชิมะอย่างเงียบสงบพร้อมจิบชาเขียวและรับประทานขนมญี่ปุ่นไปพร้อมๆกัน

ในวันเพ็ญในฤดูเก็บเกี่ยว ทางคันรันเทย์จะมีการจัดงานชมจันทร์ขึ้น ให้คุณได้ชมพระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นเหนืออ่าวมัตสึชิมะในคืนฤดูใบไม้ร่วงที่มีสายลมเย็นๆพัดผ่าน

การจะเข้าใช้บริการคันรันเทย์นั้นมีค่าเข้า และมีค่าใช้จ่ายในการสั่งชาเขียวและขนมญี่ปุ่นเพิ่มเติมแตกต่างไปตามแต่ละเมนู โดยสามารถซื้อตั๋วเป็นเซ็ตพร้อมตั๋วเข้าใช้บริการได้ที่เคาน์เตอร์ขายตั๋วบริเวณทางเข้า


Map : https://maps.app.goo.gl/wJBGgND9QHMySfdJ8

5.Minamisanriku Hotel Kanyo / Minamisanriku Town


เป็นรีสอร์ตที่มีออนเซ็นริมทะเลที่สามารถมองเห็นวิวอ่าวชิซึกาวะแบบพาโนรามา และได้รับความนิยมในฐานะที่พักริมทะเลชื่อดังของภูมิภาคโทโฮคุ จากห้องพักและบ่อออนเซ็นกลางแจ้งสามารถชมวิวมหาสมุทรแปซิฟิกอันกว้างใหญ่ได้อย่างเต็มตา และในวันที่อากาศดี ยังสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นอันสวยงามได้อีกด้วย

อีกหนึ่งไฮไลท์ของโรงแรมคือ นกนางนวล ที่จะบินโชว์ตัวอยู่รอบๆอ่าวชิซึกาวะ กิจกรรมยอดฮิตที่คุณสามารถทำได้ที่ระเบียงห้องพักคือ การให้อาหารนก คุณสามารถนำขนมปังมาแบ่งให้นกนางนวลได้ นกจะบินมารอรับถึงที่มือหรือที่ระเบียงอย่างใกล้ชิด


Map : https://maps.app.goo.gl/TMnRQptxuyB4rzEY8

https://pub-16fa4e2b9a0342a3bf517be0fb977460.r2.dev/image/news/6a574570c03b3e10d2c0ac80/540021a5-fa55-405a-ab31-c7c7f6cfc22a


Day 4 Minamisanriku – Kasennuma – Ichinoseki, Iwate – Hiraizumi – Hanamaki


1.Hotel around Sendai Station

2.Minamisanriku Sansan Shopping Street / Minamisanriku Town


เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการฟื้นฟูจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทางตะวันออกของญี่ปุ่น ภายในรวบรวมร้านอาหารและร้านขายของฝากท้องถิ่นไว้มากมาย นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับอาหารทะเลสดใหม่และอาหารพื้นเมืองสไตล์มินามิซันริคุได้อย่างเต็มที่ เมนูที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษคือ “Minamisanriku Kirakira Don” ข้าวหน้าซีฟู้ดที่จัดเสิร์ฟอย่างสวยงามด้วยวัตถุดิบทะเลตามฤดูกาลอย่างอลังการ


Map : https://maps.app.goo.gl/fKN5MdPVVhLsfncv8

3.Tokusenjozan Mountain Trailhead / Kesennuma City


ภูเขาโทคุเซ็นโจ (Mt. Tokusenjo) หรือ Tokusenjozan ในเมืองเคเซนนุมะ (Kesennuma) จังหวัดมิยากิ ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในจุดชมดอกอะซาเลีย (Azalea) ที่สวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

ไฮไลท์หลัก : ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปี ภูเขาทั้งลูกจะปกคลุมไปด้วยสีชมพูและแดงของดอกอะซาเลียป่า (Yamatsutsuji) กว่า 500,000 ต้น ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจมากในช่วงนี้ เส้นทางค่อนข้างเดินง่ายถึงปานกลาง เหมาะสำหรับคนทุกวัยที่จะขึ้นไปชมวิวด้านบน

อีกหนึ่งช่วงที่แนะนำคือ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่เขาทั้งลูกจะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสันของใบไม้ทั้งสีส้ม สีแดง ตัดกับสีท้องฟ้าที่เป็นแบ็คกราวอย่างสวยงาม

นอกจากความสวยงามของบรรยากาศแล้วจุดชมวิวบนยอดเขา สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันกว้างไกลของอ่าวเคเซนนุมะ (Kesennuma Bay) และมหาสมุทรแปซิฟิกได้แบบ 360 องศา


Map : https://maps.app.goo.gl/kVkPWseYpa94S7My5


4.Geibikei Gorge / Iwate


Geibikei Gorge ล่องเรือชมธรรมชาติสุดคลาสสิกในจังหวัดอิวาเตะ

สัมผัสประสบการณ์ล่องเรือแบบดั้งเดิมที่ Geibikei Gorge ริมแม่น้ำซาเท็ตสึ (Satetsu River) ตั้งอยู่ในเมือง Ichinoseki จังหวัดอิวาเตะ ช่องเขาแห่งนี้ยาวประมาณ 2 กิโลเมตร โดยหน้าผาทั้งสองฝั่งสูงราว 50 - 100 เมตร และสูงสุดถึง 124 เมตร ทำให้เกิดบรรยากาศที่น่าประทับใจเป็นพิเศษ โดย Geibikei Gorge นั้น ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 100 วิวที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ชื่อ “Geibi” แปลว่า “จมูกสิงโต” เนื่องจากมีหินรูปร่างคล้ายจมูกสิงโตอยู่บริเวณปลายช่องเขา

กิจกรรมหลักของสถานที่แห่งนี้คือ การล่องเรือไม้แบบดั้งเดิม ใช้เวลาประมาณ 75 - 90 นาที (แบบไป-กลับ) นักท่องเที่ยวจะได้นั่งเรือลัดเลาะไปตามแม่น้ำ ชมหน้าผาหินรูปร่างแปลกตา ถ้ำเล็ก ๆ และน้ำตกธรรมชาติ พร้อมฟังเสียงน้ำไหลและเสียงนกป่า บรรยากาศเงียบสงบเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนแบบ Slow Travel หรือหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่


Map : https://maps.app.goo.gl/4HvcqRoFudRzQrM78


5. Chuson-ji Temple / Hiraizumi, Iwate


Chusonji Temple หรือวัด “ชูซนจิ” เป็นวัดพระพุทธศาสนานิกายเทนได ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2011 ก่อตั้งขึ้นในปี 850 โดยวัดแห่งนี้ ตั้งอยู่บนเชิงเขาที่ชื่อ Kanzan โดยภายในวัดจะประกอบไปด้วยตัวอาคารต่างๆ ที่มีความน่าสนใจมากๆ ทั้งในเรื่องราวประวัติศาสตร์ และความเป็นมา รวมไปถึงสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ที่มาพร้อมกับบรรยากาศที่เงียบสงบ ซึ่งภายในวัดจะร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ปกคลุม เรียกได้ว่า เป็นอีก 1 วัดญี่ปุ่น ที่มีสถานที่ และวิวสวยๆ ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเยี่ยมชม


Map : https://maps.app.goo.gl/36Cr8uUXzH2twjVa6



6. Hotel around Hanamaki Onsen




https://pub-16fa4e2b9a0342a3bf517be0fb977460.r2.dev/image/news/6a574570c03b3e10d2c0ac80/1392b5b7-5d2d-49b4-bdb3-398c35b511b3


Day 5 Hanamaki – Hachimantai – Towada (Iwate)


1.Hotel around Hanamaki Onsen


2. Towada Hachimantai National Park


อุทยานแห่งชาติที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และประสบการณ์ให้สัมผัส มีทั้งภูเขาไฟ ที่ราบลุ่มเขียวชอุ่ม แนวปะการังหลากสี ป่าดึกดำบรรพ์ ป่าสนญี่ปุ่นอายุนับพันปี ดอกไม้ป่าที่หาชมที่อื่นไม่ได้ รวมถึงสัตว์ป่าหายาก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมทางธรรมชาติหลากหลาย เช่น เดินป่า พายเรือ สโนว์ชูว์ ออนเซ็น

ใครเป็นสายธรรมชาติหรืออยากหลีกหนีความวุ่นวาย ขอแนะนำให้ลองมาเที่ยวอุทยานแห่งนี้ รับรองว่าได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ใกล้ชิดธรรมชาติ ชาร์จพลังได้เต็มเปี่ยมแน่นอน


Hachimantai Summit View


Hachimantai Summit Observatory หอชมวิวบนยอดเขา สูง 1,613 เมตร จากระดับน้ำทะเล บนรอยต่อระหว่างจังหวัดอิวาเตะและอาคิตะ เป็นจุดชมวิวธรรมชาติยอดฮิตของอุทยานแห่งชาติโทวาดะ-ฮาจิมันไต โดยมีทิวทัศน์ไฮไลต์ เช่น กำแพงหิมะ, บึงกระจก (Kagaminuma), ทะเลหมอก, และใบไม้เปลี่ยนสี

คุณสามารถเดินเท้าทางราบประมาณ 20-25 นาทีจากจุดจอดรถ เพื่อมาเสพย์ภาพทิวทัศน์ภูเขาแบบพาโนรามา 360 องศา


Map : https://maps.app.goo.gl/QGPq9vR7bgxiMDDWA


Oirase Gorge ลำธารโออิราเสะ


ลำธารโออิราเสะไหลผ่านหุบเขาเป็นความยาวประมาณ 14 กิโลเมตร กระแสน้ำไหลไปตามก้อนหินที่ปกคลุมด้วยมอสสีเขียว ล้อมรอบด้วยป่าไม้เขียวขจี พร้อมน้ำตกให้ชมระหว่างทาง ร่มรื่นชุ่มฉ่ำชวนให้ผ่อนคลาย เกิดเป็นทัศนียภาพงดงามทั้ง 4 ฤดู

เพียงใช้เวลามาเดินป่าเลียบลำธาร ชมความสวยงามของใบไม้ในฤดูใบไม้ผลิ และป่าไม้เขียวขจีในฤดูร้อน ชมหุบเขาที่เปลี่ยนเป็นสีส้มแดงในฤดูใบไม้ร่วง และน้ำตกที่กลายเป็นน้ำแข็ง ในฤดูหนาว ก็เป็นการชาร์จพลังงานจากธรรมชาติได้อย่างเต็มเปี่ยม


Map : https://maps.app.goo.gl/2pqSha3UEd8yUh3E8


Lake Towada


ทะเลสาบโทวาดะ (Lake Towada) หนึ่งในทะเลสาบที่สวยและมีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดอาโอโมริ ทะเลสาบแห่งนี้เป็นทะเลสาบภูเขาไฟที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟในอดีต ทำให้มีความงดงามตามธรรมชาติ น้ำใสสะอาดและมีสีครามลึก เป็นที่นิยมสำหรับการเที่ยวชมธรรมชาติ การเดินป่า และการท่องเที่ยวทางน้ำ

อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือ ทะเลสาบแห่งนี้มีฉายาว่า “ทะเลสาบลึกลับ” ที่ว่าลึกลับในที่นี้ ไม่ใช่ว่ามันหายากแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าทะเลสาบโทวาดะแห่งนี้ ตั้งอยู่กลางหุบเขาที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเยอะมาก ซึ่งในหน้าหนาวทะเลสาบควรจะกลายสภาพเป็นน้ำแข็ง แต่ว่าทะเลสาบแห่งนี้ยังคงสภาพเป็นน้ำอยู่นั่นเอง


Map : https://maps.app.goo.gl/UujocfwijyoiCkMo7


3. Hotel around Towada Lake

https://pub-16fa4e2b9a0342a3bf517be0fb977460.r2.dev/image/news/6a574570c03b3e10d2c0ac80/2a683a0f-d4d5-4dc8-9eb5-3115fd06f05e


DAY 6 Towada (Iwate) – Hachinahe – Higashidori – Mutsu (Aomori)


1. Hotel around Towada Lake

2. Hasshoku Center / Hachinohe city


ตลาดขนาดใหญ่ที่รวบรวมอาหารทะเลสดใหม่และอาหารขึ้นชื่อของอาโอโมริ จนได้รับความนิยมและถูกเรียกว่า “ธีมพาร์คแห่งอาหาร” สำหรับนักท่องเที่ยว

ภายในตลาดมีร้านค้าหลากหลาย ทั้งอาหารทะเล ซูชิ ของแห้ง สาเกท้องถิ่น และของฝาก จุดเด่นยอดนิยมคือประสบการณ์ “นกเกะด้ง” ที่สามารถเลือกวัตถุดิบทะเลที่ชอบมาจัดทำเป็นข้าวหน้าทะเลในสไตล์ของตัวเองได้อย่างอิสระ


Map : https://maps.app.goo.gl/tkN1Ww4vvMdCA3j68

3. Cape Shiriyazaki / Higashidori


แหลมชิริยะซากิ / หมู่บ้านฮิงาชิโดริ

หากคุณต้องการโรดทริปบนเส้นทางแปลกใหม่ หนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่ มาพักเติมธรรมชาติที่มีทั้งสีเขียวของต้นไม้ และสีฟ้าของน้ำทะเล ขอแนะนำทริปขับรถเลียบมหาสุมทรแปซิฟิกที่แหลมชิริยะซากิ (Cape Shiriyazaki)

แหลมชิริยะซากิ (Cape Shiriyazaki) ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือสุดของเกาะฮอนชู ในจังหวัดอาโอโมริ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่โดดเด่นด้วยประภาคารสีขาวเก่าแก่คู่วิวทะเลสุดลูกหูลูกตา บรรยากาศเงียบสงบเหมาะกับการชมวิวทิวทัศน์ ชมความสวยงามและธรรมชาติที่สมบูรณ์ และยังจะได้เห็น "จุดสิ้นสุดของแผ่นดิน" ของเกาะฮอนชูอีกด้วย

บริเวณทุ่งหญ้ารอบชิริยะซากิมีม้าคันดะจิเมะ (Kandachime) ถูกเลี้ยงอย่างธรรมชาติ ปล่อยให้เดินเล็มหญ้าอย่างอิสระ

**ม้าคันดะจิเมะเป็นม้าพันธุ์พื้นเมืองที่เลี้ยงในหมู่บ้านฮิงาชิโดริ (Higashidōri) มาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นม้าที่ใช้งานทางการเกษตรที่ทนต่อความหนาวเย็น และมีความอดทนสูง**


Map : https://maps.app.goo.gl/Aa3xfLeTLsA1GNfJ9


4. Mutsu City Walk (Tanabu Area)


ย่านทานาบุ เมืองมุตสึ / เมืองมุตสึ


ย่านใจกลางของเมืองมุตสึ เมืองที่ใหญ่ที่สุดบนคาบสมุทรชิโมคิตะ เป็นจุดเดินเล่นที่มีเสน่ห์ด้วยบรรยากาศท้องถิ่นจากย่านการค้าและร้านอาหารแบบดั้งเดิมที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ผู้มาเยือนสามารถสัมผัสบรรยากาศย้อนยุคสไตล์โชวะและวิถีชีวิตประจำวันของคนท้องถิ่นได้อย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังสามารถลิ้มลองอาหารทะเลสดใหม่ของอาโอโมริและอาหารท้องถิ่นเฉพาะของชิโมคิตะได้อีกด้วย


Map : https://maps.app.goo.gl/vLdWJC85ARoJYTSY9


5. Mutsu Grand Hotel / Mutsu City


โรงแรมที่ตั้งอยู่บนเนินสูง สามารถมองเห็นวิวเมืองมุตสึ เมืองศูนย์กลางของคาบสมุทรชิโมคิตะได้อย่างสวยงาม และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพื้นที่ชิโมคิตะ จากห้องพักและห้องอาหารสามารถชมวิวอ่าวมุตสึและภูเขาคามาฟุเสะได้อย่างงดงาม ภายในโรงแรมยังมีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ “โทนันออนเซ็น บิจินโนะยุ” ที่มีจุดเด่นเรื่องน้ำแร่ชนิดด่างอ่อนโยนต่อผิวอีกด้วย


Map : https://maps.app.goo.gl/ZaQytx6PE8ENcJCW6



https://pub-16fa4e2b9a0342a3bf517be0fb977460.r2.dev/image/news/6a574570c03b3e10d2c0ac80/d4197b33-5515-4d98-bf3d-d1bee57d7d94


Day 7 Mutsu – Aomori


1. Mutsu Grand Hotel / Mutsu City

2-3. Mutsu Bay Ferry Dolphin Watching / Mutsu city


Mutsu Bay Ferry บริการเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากที่เชื่อมระหว่างคาบสมุทรสึกะรุ (ท่าเรือคานิตะ) และคาบสมุทรชิโมกิตะ (ท่าเรือวาคิโนซาวะ) คุณสามารถขับรถขึ้นเรือจากฝั่งมุตสึ แล้วนั่งชิลล์ ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็มาถึงฝั่งเมืองสึกะรุ ช่วยประหยัดเวลาในการขับรถได้เยอะเลย

ช่วงเดือนเมษายน - มิถุนายน จะมีน้องโลมา กว่า 5,000 ตัว ที่อาศัยอยู่ในทะเลแถบนี้มาว่ายน้ำโชว์ตัว ให้สังเกตุดูข้างๆเรือเผื่อโชคดีอาจจะเจอน้องๆ ออกมาว่ายน้ำเล่นกับฟองอากาศข้างเรือ

สำหรับเรือเฟอร์รี่ Mutsu Bay Ferry จะให้บริการ 4 รอบ/วัน โดยจะให้บริการตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน - 05 พฤศจิกายน แนะนำให้จองล่วงหน้าที่เว็บไซต์


Website : https://mutsuwan-ferry.jp/


Map : https://maps.app.goo.gl/fPzNTVWp2Pj8VrWq5

4. Takayama Inari Shrine


ศาลเจ้าทาคายามะอินาริ เป็นศาลเจ้าอินาริตั้งอยู่ในเมืองสึงารุ จังหวัดอาโอโมริ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีชื่อเสียงจากเสาโทริอิสีแดงนับพันต้นที่เรียงต่อกันอย่างสวยงาม ทิวทัศน์ของโทริอิที่ทอดยาวไปตามไหล่เขาให้บรรยากาศชวนฝัน คล้ายกับศาลเจ้าฟูชิมิอินาริไทฉะในเกียวโต จึงกลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้นเรื่อย ๆ

นอกจากความสวยงามแล้วที่ศาลเจ้าแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงในการไหว้ขอพรในเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของพืชผล ความปลอดภัยทางทะเล และการค้าขายรุ่งเรืองอีกด้วย สายมูต้องห้ามพลาด


Map : https://maps.app.goo.gl/tjqBGmhtNhhWh5UL6

5. Tsuru no Maihashi Bridge


สะพานสึรุโนะไมบาชิ เป็นสะพานไม้แบบสามโค้งที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น โค้งทั้ง 3 ช่วงออกแบบให้เหมือน “นกกระเรียนกำลังบิน” สร้างขึ้นจากไม้ “อาโอโมริฮิบะ” ซึ่งเป็นไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดอาโอโมริ โดยมีความยาวรวมประมาณ 300 เมตร ทิวทัศน์ของสะพานที่สะท้อนบนทะเลสาบสึการุฟูจิมิโกะ พร้อมฉากหลังของภูเขาอิวากิอันยิ่งใหญ่ ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่งดงามที่สุดของจังหวัดอาโอโมริ


สะพานสึรุโนะไมฮาชิ มีภูเขาอิวากิ(สูง 1,625 ม.) ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดอาโอโมริตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลัง ในวันที่อากาศแจ่มใส ท้องฟ้าสีฟ้า โค้งสะพาน และภูเขาอิวากิอันยิ่งใหญ่จะรวมเป็นหนึ่ง ทำให้ที่นี่เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม แนะนำให้ชมบรรยากาศยามเย็นที่ท้องฟ้าจะถูกย้อมจากแสงอาทิตย์เป็นสีส้ม เงาสะพานกับเงาภูเขาอิวากิจะสร้างทิวทัศน์สุดแฟนตาซีชวนหลงใหล


Map : https://maps.app.goo.gl/cTH7mmNnSeeHepS9A


6. คืนรถเช่าที่สนามบิน Aomori


Map : https://maps.app.goo.gl/HuJemc7SBeWFxVvF8

ภูมิภาคโทโฮคุยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง คุณสามารถปรับเปลี่ยนการเดินทาง ระยะเวลา หรือสถานที่ที่สนใจได้ตามความเหมาะสม


หากสนใจเช่ารถกับ Easy&Save คลิก! https://www.easyandsave.com/rentCar/step1