โทร. 02-676-3377

ขอพรกับจุดเสริมพลังชีวิต (Power Spot) ในคิวชู

Power Spot

     ภูมิภาคคิวชู (Kyushu) มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายไม่ว่าจะเป็นวัด ศาลเจ้า สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติต่างๆ ที่มีวิวทิวทัศน์สวยงาม และรวมไปถึงจุดเสริมพลังชีวิต (Power Spot) ที่เต็มไปด้วยพลังด้านบวกจากธรรมชาติกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ เราขอแนะนำ 3 แหล่งเสริมพลังชีวิตยอดนิยมที่ใครๆ ก็ต่างมา เพื่ออธิษฐานขอโชคลาภในด้านต่างๆ ตั้งแต่ด้านการเรียน ความรัก ปัดเป่าความทุกข์ ไปจนถึงขอให้ตั้งครรภ์มีบุตรเลยทีเดียว!!

   ศาลเจ้า Dazaifu Tenmangu, Fukuoka

ศาลเจ้าดาไซฟุเทนมังกุ (Dazaifu-Tenmangu) เชื่อกันว่าศาลเจ้าแห่งนี้ให้โชคในเรื่องของการเรียนการศึกษาและปัดเป่าเคราะห์ร้ายต่างๆ ทำให้ทุกปีจะมีนักเรียน นักศึกษาที่ต้องเตรียมสอบมาเยือนมากถึง 7 ล้านคนเพื่ออธิษฐานขอพร ตัวศาลหลักสร้างขึ้นอยู่เหนือหลุมฝังศพของซุกะวะระ มิจิซะเนะ (Sugawara Michizane) นักวิชาการและนักการเมืองชาวญี่ปุ่นผู้มีบทบาทสำคัญในอดีตเมื่อราว 1,000 ปีก่อน ซึ่งหลังจากเสียชีวิตลงเขาได้กลายเป็นที่สักการะบูชาของชาวญี่ปุ่นในฐานะเทพเจ้าแห่งการศึกษา
รูปปั้นวัว
taiko bridge shinji-ike pond
จุดไฮไลท์ : 

  • รูปปั้นวัวสัมฤทธิ์ในท่านั่งหมอบ เชื่อกันว่าถ้าเราลูบหัวของรูปปั้นวัว จะทำให้ฉลาดขึ้น ได้รับพรด้านความรู้
  • สะพานสีแดง ทอดข้ามสระน้ำ ซึ่งสระแห่งนี้ชื่อว่า ชินจิอิเคะ แปลว่า สระน้ำรูปตัวอักษรหัวใจ เพราะหากมองจากด้านบนลงมารูปร่างของสระน้ำจะเหมือนกับตัวอักษร 心 (มีเสียงอ่านว่า โคโคโระ, ชิน) ที่แปลว่าหัวใจนั่นเอง ส่วนสะพานก็ประกอบไปด้วย 3 สะพานเรียงต่อกันนำไปสู่ฮนเด็น (ศาลเจ้าหลัก) แต่ละสะพานแสดงถึง “อดีต ปัจจุบัน และอนาคต” การเดินข้ามสะพานนี้เปรียบได้กับการชำระร่างกายและจิตใจให้บริสุทธิ์ก่อนจะเข้าพบเทพเจ้า
  • ประตูโรมงและฮนเด็น ประตูสีแดงชาดหลังใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าฮนเด็นเรียกว่า โรมง (Romon Gate) ซึ่งจะมองเห็นรูปทรงด้านหน้าและด้านหลังแตกต่างกัน และ ฮนเด็น (ศาลเจ้าหลัก) ก็มีความงดงามและความแข็งแรงแม้จะมีอายุมากกว่า 400 ปีแล้ว จึงได้รับเลือกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติอีกด้วย

   เส้นทางศักดิ์สิทธิ์แห่ง Kunisaki Rokugo Manzan Temples, Oita

คาบสมุทรคุนิซะกิ (Kunisaki Peninsula) ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดโออิตะ (Oita) ถูกโอบล้อมไว้ด้วยทะเลถึงสามด้าน เต็มไปด้วยความสมบูรณ์ของธรรมชาติ มีวัดและพระพุทธรูปที่มีอายุกว่า 1,000 ปีหลงเหลือให้เห็นอยู่จำนวนมาก ปัจจุบันเส้นทางเดินเพื่อนมัสการวัดกว่า 30 แห่งได้กลายเป็น เส้นทางศักดิ์สิทธิ์แห่งคุนิซะกิโระคุโกมันซัง (Kunisaki Rokugo Manzan Temples) ซึ่งคือชื่อที่ใช้เรียกพื้นที่ 6 เขตตามวัดและศาลเจ้าต่างๆที่กระจายตัวกันอยู่บริเวณยอดเขาฟุตะโกะ (Futago) ในแหลมคุนิซะกิ (Kunisaki Hanto) ซึ่งจะมีศาสนาและพิธีกรรมที่แตกต่างจากที่อื่นๆ โดยจะเป็นส่วนผสมของศาสนาพุทธนิกายชินโต และการบูชาภูเขาและเทพเจ้า ที่จะเน้นสถาปัตยกรรมที่เป็นหินเช่น พระพุทธรูปหินและรูปปั้นเทพเจ้าต่างๆ ที่เป็นหิน เส้นทางศักดิ์สิทธิ์คุนิซะกิโระคุโกมันซัง (Kunisaki Rokugo Manzan Temples) วัดที่มีชื่อเสียงเป็นที่นิยมมีอยู่ด้วยกัน 4 แห่ง
เส้นทางศักดิ์สิทธิ์แห่ง Kunisaki Rokugo Manzan Temples
  1. วัดฟุตะโกะจิ (Futago-ji Temple), โออิตะ (Oita) อยู่บนยอดเขาฟุตะโกะ (Mt. Futago) สร้างขึ้นในปีค.ศ. 718 มีพระพุทธรูปอันงดงามประดิษฐานอยู่ในวิหาร บันไดทางขึ้นไปวัดนั้นมีหินแกะสลักที่งดงามและดุดันของเทพนีโอ (รูปปั้นเทพผู้พิทักษ์พระพุทธเจ้า) ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศลึกลับ ภายในวัดกลางอ้อมกอดของป่าลึกที่เงียบสงบ อาณาเขตวัดทั้งหมดถูกกำหนดให้เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ประจำจังหวัด และยังเชื่อกันว่าเป็นวัดที่ให้โชคลาภด้านการตั้งครรภ์มีบุตรด้วย
  2. วัดฟุคิจิ (Fukiji Temple), โออิตะ (Oita) วัดฟุคิจิ (Fukiji Temple) ห้องโถงใหญ่ของวัดฟุคิจิได้รับการยกย่องให้เป็นสมบัติของชาติ เป็นหนึ่งในสามห้องโถง ที่ประดิษฐานของพระอมิตาภะพุทธเจ้า ตัวอาคารวัดยังเป็นอาคารไม้ที่เก่าแก่ที่สุดของเกาะคิวชู และภายในห้องโถงใหญ่เป็นภาพที่มีสีสันซึ่งแสดงถึงรูปแบบต่างๆ ของพระพุทธเจ้าซึ่งบ่งบอกถึงการบูชาทางศาสนาของในวัดนี้
  3. พระพุทธรูปหินสลักคุมาโนะ (Kumano Magaibutsu Stone Buddha), โออิตะ (Oita) คือ พระพุทธรูปหินแกะสลักที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเมืองบุงโกะทาคาดะ (Bungotakada) ในจังหวัดโออิตะ (Oita) สร้างด้วยการแกะสลักหน้าผาของภูเขาลึกเข้าไปในป่าในช่วงปลายของสมัยเฮอัน มีอยู่ด้วยกัน 2 องค์ สูงประมาณ 6.7 เมตร และ 8 เมตร ระหว่างทางเดินขึ้นไปจะได้พบกับทิวทัศน์ของต้นสนสุงิ (Sugi) ที่เรียงรายอยู่บนก้อนหินที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆ อย่างสวยงาม ก่อนที่จะถึงด้านบนนั้นต้องผ่านบันไดหินที่ถูกสร้างจากหินธรรมชาติที่ลาดชัน มีทั้งหมด 100 ขั้น เป็นบันไดที่ได้รับการขนานนามว่า บันไดที่ยักษ์สร้างขึ้นมา
  4. ศาลเจ้าอุสะ (Usa Jingu), โออิตะ (Oita) ถูกสร้างขึ้นมาในปีค.ศ. 725 นับเป็นศาลเจ้าหลักของศาลเจ้ากว่าพันแห่งทั่วทั้งญี่ปุ่น และถือเป็นศาลเจ้าศูนย์กลางแม่แบบของศาลเจ้าแบบฮะชิแมน (Hachimangu) ที่มีอยู่มากกว่า 40,000 แห่งทั่วญี่ปุ่นอีกด้วย ซึ่งภายในมีสิ่งก่อสร้างที่ล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ อาคารวิหารหลักสีแดงเด่น นอกจากนี้ยังมีสะพานคุเรบาชิเป็นสะพานเทพเจ้าและอาคารวิหารหลักมีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ว่ากันว่าหากได้กอดต้นนี้แล้วจะได้รับพลังแห่งความสำเร็จ ซึ่งทำให้มีบรรดานักกีฬาซูโม่และนักร้องต่างมาขอพรกันที่สถานที่แห่งนี้ เพื่อขอให้ประสบความสำเร็จและเป็นที่นิยมอีกด้วย

  ศาลเจ้า Udo-jingu Shrine, Miyazaki

ศาลเจ้า Udo-jingu Shrine
ศาลเจ้าอุโดะจิงกู (Udo-jingu Shrine) ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1711 เพื่ออุทิศให้กับบิดาของจักรพรรดิองค์แรกตามตำนานของญี่ปุ่น และศาลเจ้าแห่งนี้ที่ค่อนข้างแปลกเนื่องจากตั้งอยู่ในถ้ำที่เกิดจากการที่คลื่นซัดสาดเข้ากระทบและกัดเซาะหน้าผาเลียบชายฝั่ง ศาลเจ้าหลักของที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องการครองคู่และการคลอดบุตรโดยปลอดภัย และแนะนำให้ลองทำนายดวงดูว่าพรที่อธิษฐานไว้จะสัมฤทธิ์ผลหรือไม่ โดยการโยนลูกบอลขนาดจิ๋วหรือที่เรียกว่า “อุงทะมะนะเงะ (Untama-nage)” วิธีการคือจะต้องอธิษฐานแล้วโยนหรือขว้างลูกบอลเล็กๆ นี้ ให้ลงหลุมบนหลังหินรูปเต่าที่ตั้งอยู่ตรงหน้าผา ผู้ชายโยนด้วยมือซ้ายและผู้หญิงโยนด้วยมือขวา เชื่อกันว่าหากโยนลงหลุมได้สำเร็จคำอธิษฐานนั้นก็จะสำเร็จผลเป็นจริงได้
Udo Shrine
Udo shrine
Udo shrine
นอกจากสถานที่จุดรับพลังบวกต่างๆ ที่เราแนะนำไปแล้วนั้น ภูมิภาคคิวชูยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายทั้งทางประวัติศาสตร์และทางธรรมชาติ หากใครสนใจท่องเที่ยวสถานที่อื่นๆ ในพื้นที่ภูมิภาคคิวชูนั้น สามารถดูข้อมูลการท่องเที่ยวภูมิภาคคิวชูเพิ่มเติม ที่นี่ ขอบคุณข้อมูล : https://www.jnto.or.th/